แชร์

ลักทรัพย์ กับ ชิงทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? โทษและตัวอย่างคดี

ผู้เขียน ทนายความนครปฐม
อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ย. 2026
36 ผู้เข้าชม
ลักทรัพย์ กับ ชิงทรัพย์ ต่าง กัน อย่างไร

 ลักทรัพย์ กับ ชิงทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? แบบไหนเป็นคดีลักทรัพย์ แบบไหนเป็นคดีชิงทรัพย์

ลักทรัพย์ กับ ชิงทรัพย์ ต่างกันอย่างไร? จุดแตกต่างสำคัญอยู่ที่ การใช้กำลังหรือการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังในทันที กล่าวโดยง่าย หากผู้กระทำเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต โดยไม่ได้ใช้กำลังหรือขู่เจ้าของทรัพย์ อาจเข้าข่าย ลักทรัพย์ แต่ถ้ามีการใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่ว่าจะใช้กำลังในทันที เพื่อเอาทรัพย์ พาทรัพย์ไป ยึดทรัพย์ไว้ หรือเพื่อหลบหนีการจับกุม อาจเข้าข่าย ชิงทรัพย์ ซึ่งมีโทษหนักกว่าลักทรัพย์อย่างมาก

การพิจารณาว่าคดีหนึ่งเป็นลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ ต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น ผู้กระทำเอาทรัพย์ไปอย่างไร มีการทำร้ายเจ้าของทรัพย์หรือไม่ มีการข่มขู่หรือใช้อาวุธหรือไม่ และการใช้กำลังนั้นเกี่ยวข้องกับการเอาทรัพย์หรือการหลบหนีจากการจับกุมหรือไม่

ลักทรัพย์ คืออะไร?

ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดยหลักคือ การเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไป โดยทุจริต

องค์ประกอบสำคัญที่มักพิจารณา ได้แก่

  • - มีการเอาทรัพย์ไป
  • - ทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย
  • - ผู้กระทำมีเจตนาทุจริต
  • - ไม่มีสิทธิเอาทรัพย์นั้นไป

ตัวอย่างเช่น แอบหยิบโทรศัพท์ของผู้อื่นจากโต๊ะแล้วนำกลับบ้าน แอบนำสินค้าออกจากร้านโดยไม่ชำระเงิน หรือเข้าไปเอาทรัพย์ในบ้านของผู้อื่นโดยเจ้าของไม่อนุญาต อาจเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ ทั้งนี้ต้องพิจารณารายละเอียดของแต่ละกรณีด้วย

ลักทรัพย์มีโทษอย่างไร?

ลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท

อย่างไรก็ตาม หากการลักทรัพย์มีพฤติการณ์พิเศษ เช่น กระทำในเวลากลางคืน เข้าไปลักทรัพย์ในเคหสถาน มีอาวุธ หรือร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป อาจเข้าข่าย ลักทรัพย์โดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 335 ซึ่งมีอัตราโทษสูงขึ้น

ชิงทรัพย์ คืออะไร?

ชิงทรัพย์ เป็นความผิดที่มีพื้นฐานมาจากการลักทรัพย์ แต่เพิ่มพฤติการณ์สำคัญคือ มีการ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้สามารถเอาทรัพย์หรือรักษาทรัพย์นั้นไว้ได้

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 การใช้กำลังหรือขู่เข็ญอาจมีวัตถุประสงค์ เช่น

  • - เพื่อให้สะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป
  • - เพื่อบังคับให้ผู้เสียหายยื่นทรัพย์ให้
  • - เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้
  • - เพื่อปกปิดการกระทำความผิด
  • - เพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ตัวอย่างคดีชิงทรัพย์

ตัวอย่างที่เห็นความแตกต่างได้ชัด เช่น คนร้ายเดินเข้าไปหาผู้เสียหาย แล้วใช้มีดขู่ให้ส่งโทรศัพท์หรือเงินให้ หากข้อเท็จจริงเป็นการขู่ว่าจะใช้กำลังในทันที เพื่อให้ผู้เสียหายยื่นทรัพย์ให้ อาจเข้าข่ายชิงทรัพย์

อีกตัวอย่างหนึ่ง ผู้กระทำหยิบสินค้าของร้านแล้วพยายามหลบหนี เมื่อพนักงานเข้ามาจับจึงใช้กำลังทำร้ายเพื่อให้ตนสามารถพาทรัพย์ไปหรือหลบหนีการจับกุม กรณีเช่นนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่เพียงความผิดฐานลักทรัพย์ แต่อาจต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายชิงทรัพย์หรือไม่

ชิงทรัพย์มีโทษอย่างไร?

ชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 โดยทั่วไปมีโทษ จำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 200,000 บาท

หากมีพฤติการณ์ร้ายแรงเพิ่มขึ้น เช่น เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย อัตราโทษอาจสูงขึ้นอย่างมาก และในกรณีที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กฎหมายกำหนดโทษถึงขั้น ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

ลักทรัพย์ กับ ชิงทรัพย์ ต่างกันอย่างไร?

ประเด็น ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์
ลักษณะการเอาทรัพย์ เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต ลักทรัพย์ประกอบกับการใช้กำลังหรือขู่ใช้กำลังในทันที
ใช้กำลังกับผู้เสียหาย โดยหลักไม่ใช่องค์ประกอบของลักทรัพย์ เป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิด
ขู่ทำร้ายเพื่อเอาทรัพย์ โดยหลักไม่ใช่ลักทรัพย์ธรรมดา อาจเข้าข่ายชิงทรัพย์
มาตราหลัก มาตรา 334 มาตรา 339
โทษพื้นฐาน จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท จำคุก 5-10 ปี และปรับ 100,000-200,000 บาท

แอบหยิบของไปโดยเจ้าของไม่รู้ เป็นลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์?

หากผู้กระทำแอบเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต โดยเจ้าของไม่รู้ตัว และไม่มีการใช้กำลังหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังในทันที โดยทั่วไปจะพิจารณาไปในทาง ความผิดฐานลักทรัพย์ มากกว่าชิงทรัพย์

ใช้มีดหรือปืนขู่เอาเงิน เป็นชิงทรัพย์หรือไม่?

หากผู้กระทำใช้มีด ปืน หรืออาวุธข่มขู่ผู้เสียหาย โดยขู่ว่าจะทำร้ายในทันทีเพื่อบังคับให้ส่งเงิน โทรศัพท์ กระเป๋า หรือทรัพย์สินให้ มีโอกาสเข้าข่าย ชิงทรัพย์ และการมีหรือใช้อาวุธอาจเป็นเหตุที่ทำให้ต้องพิจารณาบทเพิ่มโทษอื่นประกอบด้วย

ขโมยของแล้วทำร้ายเจ้าของตอนหนี เป็นลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์?

ประเด็นนี้ต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างการทำร้ายกับการเอาทรัพย์ หากผู้กระทำลักทรัพย์แล้วใช้กำลังเพื่อพาทรัพย์นั้นไป ยึดทรัพย์นั้นไว้ ปกปิดการกระทำความผิด หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม อาจเข้าข่าย ชิงทรัพย์ ตามมาตรา 339 ได้

ดังนั้น ไม่ใช่ว่าการเริ่มต้นด้วยการ แอบขโมย จะทำให้เป็นลักทรัพย์เสมอไป พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้นอาจทำให้ฐานความผิดเปลี่ยนไปได้

ชิงทรัพย์ กับ ปล้นทรัพย์ ต่างกันอย่างไร?

อีกคำที่มักสับสนคือ ชิงทรัพย์กับปล้นทรัพย์ โดยหลัก หากเป็นการชิงทรัพย์และมีผู้ร่วมกระทำความผิด ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป อาจเข้าข่ายความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ซึ่งมีอัตราโทษสูงขึ้น

ดังนั้น หากต้องการแยกแบบง่าย ๆ สามารถจำได้ว่า ลักทรัพย์ = แอบเอาทรัพย์, ชิงทรัพย์ = เอาทรัพย์พร้อมใช้กำลังหรือขู่ใช้กำลัง และ ปล้นทรัพย์ = ชิงทรัพย์โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป แต่ในการดำเนินคดีจริงยังต้องตรวจสอบองค์ประกอบทางกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

ถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ ควรทำอย่างไร?

คดีลักทรัพย์และคดีชิงทรัพย์เป็นคดีอาญาที่ข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน อาจทำให้ฐานความผิดและอัตราโทษแตกต่างกันอย่างมาก ผู้เสียหายหรือผู้ถูกกล่าวหาจึงควรรวบรวมหลักฐานตั้งแต่ต้น เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อความสนทนา พยานบุคคล เอกสารเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ ใบเสร็จ ภาพถ่าย และหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนและหลังเกิดเหตุ

หากคดีมีข้อโต้แย้งว่าเป็นเพียงลักทรัพย์หรือถึงขั้นชิงทรัพย์ การตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ว่าเกิดการใช้กำลังเมื่อใด ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และเกี่ยวข้องกับการเอาทรัพย์หรือการหลบหนีอย่างไร อาจเป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณาคดี

ลักทรัพย์ กับ ชิงทรัพย์ ต่าง กัน อย่างไร

------------------------------------------------

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลักทรัพย์และชิงทรัพย์

1. ลักทรัพย์กับชิงทรัพย์ต่างกันตรงไหนมากที่สุด?

- ต่างกันที่การใช้กำลังหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังในทันทีเป็นสำคัญ ลักทรัพย์คือการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต ส่วนชิงทรัพย์คือการลักทรัพย์ที่มีการใช้กำลังหรือขู่ใช้กำลัง เพื่อเอาทรัพย์ รักษาทรัพย์ หรือหลบหนีการจับกุม

2. กระชากกระเป๋าเป็นลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์?

- ต้องดูวิธีการกระทำและระดับการใช้กำลังต่อบุคคล ไม่สามารถตัดสินจากคำว่า กระชากกระเป๋า เพียงอย่างเดียวได้ บางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ขณะที่บางพฤติการณ์ที่มีการใช้กำลังประทุษร้ายอาจต้องพิจารณาฐานความผิดอื่นเพิ่มเติม

3. ขโมยของแล้วต่อยเจ้าของเพื่อหนี เป็นชิงทรัพย์ไหม?

- มีโอกาสเข้าข่ายชิงทรัพย์ หากการใช้กำลังนั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อพาทรัพย์ไป ยึดถือทรัพย์ไว้ ปกปิดความผิด หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดของคดี

4. ชิงทรัพย์มีโทษหนักกว่าลักทรัพย์หรือไม่?

- ใช่ โดยโทษพื้นฐานของชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 สูงกว่าลักทรัพย์ตามมาตรา 334 อย่างชัดเจน และหากมีผู้ได้รับอันตรายสาหัสหรือเสียชีวิต โทษอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก

5. คดีลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ควรปรึกษาทนายเมื่อใด?

- หากถูกแจ้งความ ถูกเรียกให้ปากคำ ถูกกล่าวหา หรือเป็นผู้เสียหายในคดีที่ข้อเท็จจริงมีการใช้กำลัง ข่มขู่ หรือมีอาวุธเกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานตั้งแต่ระยะแรก เพราะรายละเอียดของเหตุการณ์มีผลโดยตรงต่อฐานความผิดและแนวทางดำเนินคดี

 สรุป ลักทรัพย์กับชิงทรัพย์ต่างกันอย่างไร?

สรุปสั้น ๆ ลักทรัพย์ คือ การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต ส่วนชิงทรัพย์ คือ การลักทรัพย์ที่มีการใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังในทันที เพื่อเอาทรัพย์ พาทรัพย์ไป ยึดทรัพย์ไว้ ปกปิดความผิด หรือหลบหนีการจับกุม

ความแตกต่างดังกล่าวทำให้อัตราโทษของทั้งสองฐานความผิดต่างกันมาก โดยลักทรัพย์ตามมาตรา 334 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ขณะที่ชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 มีโทษพื้นฐานจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และอาจสูงขึ้นตามผลของการกระทำและพฤติการณ์ในคดี

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไปเพื่อประกอบความรู้ การวินิจฉัยฐานความผิดจริงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละคดี

เขียนโดน : ทนายความเชียงใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง
หลักฐานคดีฉ้อโกงไม่ควรมีเพียงสลิปโอนเงินอย่างเดียว
หลักฐานคดีฉ้อโกงต้องมีอะไรบ้าง แชต LINE สลิปโอนเงิน Statement และข้อความออนไลน์ใช้ฟ้องได้ไหม พร้อมวิธีรวบรวมหลักฐานก่อนแจ้งความและดำเนินคดี
19 ส.ค. 2026
ทนายความใกล้ฉันคดีฉ้อโกง
วิธีสู้คดีฉ้อโกงทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย พร้อมอธิบายองค์ประกอบความผิด หลักฐานสำคัญ แนวทางต่อสู้คดี ข้อแตกต่างกับคดีผิดสัญญา และคำแนะนำจากมุมมองทางกฎหมาย
21 ก.ค. 2026
ค่าว่าความทนายใกล้ฉัน ราคาเท่าไร
คดีแพ่งและคดีอาญาต่างกันอย่างไร มีคดีอะไรบ้าง พร้อมเรทราคาค่าทนายคดีแพ่งและอาญา ปัจจัยที่กำหนดค่าทนาย และเรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อนดำเนินคดี
18 ก.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy